PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : เรื่องการrun inจากหนังสือevolutionโดยmmth



tpc
14-11-2008, 18:34
...........................

Dang
14-11-2008, 20:34
นั่นนะซิจะเชื่อใครดี ส่วนรถผมก็ไม่ได้รันอินครับก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนะ

Love Triton
14-11-2008, 21:47
ที่ผ่านมา ออกป้ายแดง มากี่คัน ก็ตาม ผมจะขับแบบถนอม วิ่งไม่เกิน 100 - 120
ไม่แช่รอบ คงที่ ตลอด จะวิ่งสลับ 2 พันรอบ มา 1800 บ้าง ไป 2200 รอบบ้าง
ไม่เบรครุนแรง ถ้าไม่จำเป็น ค่อย ๆ ออกตัว ทุกเกียร์ และไม่ลากรอบสูง ...
หลังจากผ่านไปสัก 3 พันโล แล้วค่อยเริ่ม เพิ่มความเร็ว และใช้งานแบบเต็มที่ครับ
อันนี้ เป็นลักษณะ การขับ ของผมทุกคันที่เป็นป้ายแดงครับ

Tadpole
14-11-2008, 22:35
ผมว่ายังไง run in ซักหน่อยจะดีกว่า เครื่องยนต์แต่ละตัวที่ประกอบขึ้นมาอาจจะไม่ 100 % ทุกตัวหรอกครับ ลองสังเกตดูรถใหม่รุ่นเดียวกันบางคันเสียงเครื่องยนต์ทำงานดังกว่าอีกคัน การ run in จะช่วยทำให้หน้าสัมผัสของชิ้นส่วนที่มีการเสียดสีกันค่อยๆสึกปรับเข้าหากันก่อนการใช้งานที่รุนแรงในภายหลัง

การขับรถที่รอบสูงหรือรุนแรงโดยไม่ได้มีการ run in อาจจะไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์เสียหายอะไร แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะก่อให้เกิดการขูดขีดหรือเป็นรอยในบริเวณที่มีการเสียดสีกัน อย่างเช่น ผนังกระบอกสูบ ทำให้เครื่องยนต์ สึกหรอ หลวมเร็วขึ้น :m0002:

Nuk_Black-Triton
15-11-2008, 15:56
การรันอิน ยังต้องมีอยู่ครับ แต่ส่วนมาก มักเข้าใจผิดว่า ห้ามขับเกิน 100 แต่ ในความเป็นจริงคือ ....

1.ขับเร็วได้ แต่อย่าแช่นานๆ พูดง่ายๆ อย่าให้รอบค้างคงที่นานๆ

2.เบรค อย่าเหยียบหนัก ในช่วง 300 โล แรก และทุกๆการเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่

3.อย่าใช้ความเร็วสูงมากๆ เพราะชิ้นส่วนต่างๆ ยังไม่เข้าที่ดี

ถนอมแบบนี้ ในช่วงแรกของชีวิตรถครับ จะอยู๋กับเราได้นานๆ

dsign
15-11-2008, 16:09
... ถ้ามันพังผมคงพังไปนานและตั้งแต่ป้ายแดง หุหุ ....

...แต่ก็นะ นานาจิตตัง สมัยนี้มีแต่ผู้รู้กันทั้งนั้น หักล้างกันไปกันมาหาความจริงแทบจะไม่ได้....

... สรุปรถเราเองจะใช้อย่างไรก็อยู่ที่เจ้าของรถดีกว่า เชื่อตัวเอง พลาดพลั้งเอง และเรียนรู้จริงได้เอง .... ^ ^'

redtag
15-11-2008, 17:16
ผมเคยมีโอกาสได้ Meeting กับ R&D ของรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่ขายดีมากในเมืองไทย ผมสอบถามเกี่ยวกับการ Run In ของเครื่องยนต์ เขาบอกว่ารถยนต์สมัยนี้ไม่จำเป็นต้อง Run In สังเกตุได้จากการรับประกันเครื่องยนต์ที่มากขึ้นกว่าเก่า ชึ่งเมื่อก่อนอาจรับประกันเครื่องยนต์ 50,000 Km.หรือ 1 ปี แต่เดี๋ยวนี้รับประกัน 150,000 Km.หรือ 3 ปี การถ่ายน้ำมันเครื่องทางโรงประกอบรถก็เติมน้ำมันสังเคราะห์ 100 % มาให้ถ่ายที่หมื่นโลชึ่งสมัยก่อนเราต้องถ่ายที่ 1,000 โลก่อนเพื่อถ่ายเทตระกอนในห้องเครื่อง แต่ตอนนี้กรรมวิธีการผลิตทันสมัยกว่าแต่ก่อนจึงมีการรับประกันเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นได้ แต่ตรงกันข้ามเนื่องจากรถสมัยนี้มีกล่อง ECU เป็นสมองกลในการสั่งงานในระบบเครื่องยนต์ 1,000 Km.แรกระหว่างหน้ายางที่ยังไม่ถูกเปิดมากนัก ให้เจ้าของรถเหยียบความเร็วให้เข็มไมล์มากเท่าที่ใจถึง(ต้องระวังอันตรายด้วย)เพื่อให้ ECU บันทึกความจำว่าสามารถวิ่งได้เท่าไหร่ เมื่อถึงเวลาต้องใช้ความเร็วจริงๆ ECU มันจะสั่งการได้โดยฉับพลันเพราะมันจะรู้ได้ทันทีว่ามันเคยทำความเร็วได้เท่าไหร่ ข้อมูลนี้ผมฟังมาจากปากวิศวกรที่วิจัยเกี่ยวกับระบบรถยนต์(รัยผิดชอบด้านท่อไอเสีย)ของบริษัทผลิตรถยนต์จะจริงเท็จแค่ใหนท่านสมาชิกคงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมกันเอาเอง แต่จากที่สังเกตุรถของผมเอง ตอนผมถอยมาใหม่(1,000 Km.แรก)ผมขับรถกลับบัานต่างจังหวััดถนนโล่งและเป็นทางตรง ลองเหยียบดูไตร่ 150 แช่ 2- 3 นาที(ได้แค่นี้ใจไม่ถึง) และไม่ค่อยได้เหยียบแบบนั้นอีกเลยไม่ค่อยได้ออกต่างจังหวัดใช้รถเฉพาะในกรุงเทพ มาช่วงหลังๆไปเที่ยวต่างจังหวัดบ่อยขึ้น ลองเหยียบดู ความเร็ว 0- 150 ความเร็วขึ้นปกติ แต่เลย 150 ไปมีความรู้สึกว่ารถมีอาการสั่นเล็กน้อยและความเร็วหลัง 150 ไปจะขึ้นช้ามาก ไม่รู้ว่าข้อมูลนี้จริงหรือผมคิดไปเองก็ไม่รู้