สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 19 จากทั้งหมด 19

กระทู้: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

  1. #1

    Thumbs up "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ผมเองกำลังจะขายรถ ก็เลยต้องการข้อมูลประดับสติปัญญาสักหน่อยครับ เพื่อให้รู้เท่าทันว่าควรจะทำอย่างไร ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นข้อมูลที่ Search พบจาก Google นะครับ ถูกไม่ถูกอย่างไร ก็เก็บข้อมูลไว้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
    -------------------------------------------

    "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ประสงค์อยากจะขายรถเก่า ไม่ว่าจะขายให้กับ "เต้นท์รถ" หรือบุคคลทั่วไป หรือท่านประสงค์อยากจะซื้อรถเก่าก็ตาม ถ้าท่านเป็นมือใหม่ในการซื้อ-ขายรถ คำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นก็คือการ "โอนลอย" ดีหรือไม่??!!

    ท่านที่มีความชำนาญ หรือมีประสบการณ์ในการขายรถมาแล้ว อาจจะเห็นว่าคำถามเรื่องการ "โอนลอย" ไม่เห็นที่จะต้องเป็นประเด็นใหญ่โต แต่ไม่น่าเชื่อว่า จากการเปิดข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์กระดานสนทนาชื่อดังอย่าง "พันธุ์ทิพย์" เว็บไซต์กฎหมาย หรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการซื้อขายรถมือสอง ทุกอันจะมีคำถามเรื่องการ "โอนลอย" อยู่เต็มไปหมด

    หลายคนมักจะเกิดคำถามเช่นว่า "โอนลอย" เป็นอย่างไร? ดีหรือไม่? จะทำอย่างไร? จะมีผลอะไรตามมาหรือเปล่ากรณีที่เจ้าของรถใหม่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อ แล้วไปก่ออุบัติเหตุ หรือแม้แต่เหตุอาชญากรรม? หรือ รถที่เราซื้อมาไปมีปัญหาอะไรมาก่อนหน้านี้หรือไม่? ต่างๆ นานาล้วนเป็นคำถามที่พัวพันกับการ "โอนลอย"

    จึงอยากจะถือโอกาสรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับการโอนลอย ให้ผู้ที่สนใจจะดำเนินการธุรกรรมเกี่ยวกับเรื่องรถได้รับทราบกัน ทั้งในแง่ของวิธีการปฏิบัติ และในแง่กฎหมาย เพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล

    อย่างเว็บไซต์ http://www.meechaithailand.com เว็บไซต์ "เกจิ" กฎหมายมือฉมังของเมืองไทย โดย "มีชัย ฤชุพันธุ์" มีผู้ถามเรื่องนี้ถึง 2 รายด้วยกัน โดยรายแรก ถามว่า ...
    1. การซื้อขายได้ทำสัญญาสัญญาจะซื้อจะขายและได้มีการชำระเงินส่งมอบและตรวจสภาพรถแล้ว ถือว่า กรรมสิทธิ์เป็นของใครเพราะยังไม่มีการโอนเล่มทะเบียน
    2. ถ้าสมมุติว่า ผู้ซื้อทราบภายหลังว่ารถยนต์มีการชนมา ก่อนหน้าที่ข้าพเจ้าซื้อต่อมือที่1 โดยที่ข้าพเจ้าไม่ทราบ จะต้องรับผิดชอบรับคืนรถหรือไม่
    3. หากในการตรวจสภาพรถยนต์ใช้ได้ปกติแต่ถ้าคนซื้อขับออกไป 1-2 วันแล้วมีปัญหา ข้าพเจ้าจะต้องรับผิดชอบหรือไม่
    4. หากผู้ซื้อมิได้ไปทำการโอนเป็นชื่อของตนเอง และหากรถเกิดคดีความทางเพ่งและอาญา ข้าพเจ้าจะมีส่วนหรือไม่ จะอ้างหลักฐานการซื้อขายได้หรือไม่"
    สำหรับคำตอบนั้น อ.มีชัย ระบุว่า ...
    1. เป็นของคนซื้อ เพราะสัญญาซื้อขายเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทะเบียนรถไม่ใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์ ถึงยังไม่เปลี่ยนแปลงทะเบียนก็โอนกันได้
    2. ถ้าคุณไม่ได้ให้คำรับรองแก่เขาว่ารถไม่เคยถูกชน และเขารู้อยู่แล้วว่าคุณเองก็เป็นมือที่ 2 คุณก็ไม่ต้องรับผิดชอบ
    3. เหมือน ข้อ 2
    4. อ้างได้"
    -----------
    ขณะที่รายที่สองถามว่า ...
    "ผมและภรรยาอยู่กินกันถูกต้องตามกฎหมายโดยการจดทะเบียนสมรส และในระหว่างที่อยู่กินกันนั้นผมได้ทำการเช่าซื้อรถยนต์ไว้กับไฟแนนซ์แห่งหนึ่งโดยในสัญญาเช่าซื้อนั้นผมเป็นผู้เช่าซื้อ แต่ปัจจุบันผมและภรรยาต้องการที่จะหย่าร้างกัน โดยตกลงกันว่ารถยนต์คันดังกล่าวผมจะโอนลอยเป็นชื่อเค้า ผมจึงต้องการเรียนถามอาจารย์ ดังนี้
    1. การโอนลอยรถยนต์ในขณะที่ยังผ่อนชำระไม่หมดทำได้หรือไม่ครับ
    2. ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับรถยนต์คันดังกล่าวผมต้องเป็นคนรับผิดชอบใช่หรือไม่ครับ
    3. ผมสามารถทำหนังสือสัญญาอะไรได้บ้างครับเพื่อเป็นการยืนยันและป้องการหากเกิดอะไรขึ้นกับรถยนต์คันดังกล่าวแล้วจะไม่เดือดร้อนถึงผม
    คำตอบของ อ.มีชัย ระบุว่า ...
    1. ได้
    2. ใช่
    3. ถ้าอยากทำ ก็ทำหนังสือง่ายๆ ว่าภรรยาได้รับรถจากการโอนลอยไปแล้ว และลงชื่อภรรยา"
    นอกจากนี้ ทางศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เคยยกตัวอย่างผู้ขายรายหนึ่ง ซึ่งใช้วิธีการโอนลอยในการซื้อขายรถ ปรากฎว่าจู่ๆ ก็มีจดหมายจากบริษัทประกันแห่งหนึ่ง แจ้งว่าให้ชำระค่าเสียหายจำนวน 12,000 บาท เหตุเพราะถูกรถของผู้ขายรายนี้ชนแล้วหลบหนี ซึ่งเป็นรถคันเก่าที่เคยขายไปให้กับเต้นท์รถเจ้าหนึ่งนานแล้ว โดยใช้วิธีการ "โอนลอย" พร้อมกับมอบหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ทางเต้นท์ไปจัดการเรื่องทะเบียน

    ทำให้ผู้ขายรายนี้ เกิดข้อข้องใจว่าเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อไม่ใช่ผู้กระทำความผิดเลยแม้แต่น้อย

    ทางศูนย์ฯ จึงแนะนำไปว่า ให้ทำหนังสือถึงบริษัทประกันภัย เพื่อบอกกล่าวว่าไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถ พร้อมส่งหลักฐานการขายและส่งมอบรถแนบไปด้วย ทั้งนี้ ในทางกฎหมายการซื้อขายรถยนต์โดยการ"โอนลอย" กรรมสิทธิในรถยนต์ก็เป็นของผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ผู้ขายส่งมอบรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงชื่อผู้เป็นเจ้าของในทางทะเบียน

    ปัจจุบันในการซื้อขายรถยนต์กับผู้ประกอบการเต้นท์รถ มักจะใช้วิธีการ "โอนลอย" คือให้ผู้ที่นำรถมาขายเซ็นหนังสือในหลักฐานต่างๆ ไว้ในลักษณะที่พร้อมจะเปลี่ยนชื่อในทางทะเบียนให้กับใครก็ได้ที่มาซื้อรถยนต์กับทางเต้นท์ ทั้งที่โดยปกติผู้ประกอบการจะต้องรับโอนรถมาเป็นชื่อของตัวเองก่อน เมื่อมีคนมาซื้อแล้วจึงค่อยโอนทะเบียนให้กับผู้ซื้อรายใหม่ต่อไป

    การที่เต้นท์รถส่วนใหญ่ซื้อขายรถยนต์ด้วยการโอนลอย เพราะไม่อยากรับภาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ซึ่งจะต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย จึงผลักภาระนี้มาให้กับผู้บริโภค ดังนั้น ไม่ว่าในกรณีใดก็แล้วแต่ หากยังไม่ได้ไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของในทางทะเบียน โอกาสที่จะเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิด กฎหมายก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้มีชื่อในทางทะเบียนเป็นผู้ที่ขับรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งได้กระทำละเมิดต่อบุคคลอื่น

    แต่หากถามว่าถึงที่สุดแล้วผู้ขายรถจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายหรือไม่นั้น คำตอบคือ "ไม่" เพราะในข้อเท็จจริงไม่ใช่ผู้ขับรถยนต์ ไม่ได้เป็นผู้กระทำละเมิด จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย

    หากผู้บริโภคท่านใดเจอปัญหาในลักษณะนี้ สิ่งที่ต้องทำก็คือ แจ้งให้คู่กรณีทราบเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ท่านมิได้เป็นผู้ครอบครองหรือใช้รถยนต์คันดังกล่าว โดยให้ข้อมูลหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อขายประกอบไปด้วย เพื่อจะได้หาตัวผู้ต้องรับผิดชอบต่อไป

    การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้คือ เมื่อซื้อขายรถยนต์ผู้บริโภคควรจะไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ครอบครองรถในทางทะเบียนให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะขายรถให้กับผู้ประกอบการเต้นท์รถ หรือใครก็ตาม แม้ว่าวิธีนี้ท่านอาจจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการโอน เพราะเต้นท์รถคงผลักภาระในการโอนนี้มาให้กับผู้บริโภคแน่ๆ แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ที่ไม่ต้องมาผจญกับปัญหาคดีอาญาแบบไม่รู้ตัว

    (ติดตามอ่านได้จาก http://old.consumerthai.org/cms/inde...=183&Itemid=59)

    ขณะที่ เว็บไซต์ชื่อดังด้านการซื้อขายรถยนต์มือสอง usedcar.thaispeedercar.com ได้ให้ข้อมูลอย่างสมบูรณ์ เรื่องการเตรียมตัวในการซื้อขายรถ กรณีที่จะกระทำการ "โอนลอย" ไว้ว่า ...

    "การโอนลอย"
    ตามความหมายของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า "คือการที่เจ้าของรถได้ขายรถของตนแล้ว และทำการลงนามในเอกสารการโอนรถ และใบมอบอำนาจให้แก่ผู้ซื้อ โดยมิได้มีการดำเนินการทางทะเบียนที่สำนักงานขนส่งฯ"

    สำหรับเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ในการโอนรถนั้น ประกอบไปด้วย
    1. สมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ โดยจะต้องตรวจสอบความถูกต้องดังต่อไปนี้
      • เลขทะเบียนรถ จะต้องตรงกับป้ายทะเบียนรถยนต์ (ของแท้ต้องมีคำว่า "ขส.") ป้ายทะเบียน และพ.ร.บ.
      • ปีที่จดทะเบียน
      • สี, หมายเลขเครื่อง, หมายเลขตัวถัง, ต้องตรงกับตัวถังรถยนต์และหมายเลขเครื่องยนต์ที่ติดอยู่กับตัวรถ
      • ชื่อเจ้าของรถ ต้องตรวจดูชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์, เลขที่บัตร, ที่อยู่ ให้ตรงกับบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
      • รายการเสียภาษี หน้า 16-17 ตรวจดูว่ามีการเสียภาษีครบทุกปีหรือไม่ ไม่ขาดต่อทะเบียน หรือแจ้งจอด ยกเลิกการใช้งาน
      • รายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ หน้า 18-19 ตรวจดูว่ามีรายการบันทึกในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลรถอย่างไร เช่น การแจ้งย้าย แจ้งเปลี่ยนสี เปลี่ยนหมายเลขเครื่อง หรือขอใช้ทะเบียนบ้านในเขตไหน ต้องมีรายการบันทึกครบถ้วน
      • ลายมือชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ต้องเซ็นให้ถูกต้องชัดเจน ตรงกับลายเซ็นในหนังสือต่างๆ
    2. หนังสือสัญญาซื้อ-ขายรถ เป็นหนังสือสัญญานิติกรรม ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันต้องกรอกทุกรายละเอียด เช่น วันที่, รายละเอียดผู้ขาย, รายละเอียดผู้ซื้อ, ราคาซื้อขาย, กำหนดการมัดจำและรับรถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการโอนว่าผู้ใดเป็นผู้ออกค่าโอน, ลงชื่อผู้ซื้อผู้ขายและพยาน, ระบุวันเวลาที่ขาย และที่ได้รับรถไปแล้ว,

      หนังสือตัวนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างสูง ต้องถือไว้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ใช้แสดงประกอบการโอน มีผลทางกฎหมาย กรณีที่ผู้ซื้อนำรถไปเกิดอุบัติเหตุ หรือใช้รถในการกระทำความผิดกฎหมาย หรือผู้ขายอาจนำไปแจ้งรถหายหรือนำเอกสารไปทำอย่างอื่น ต้องมีการตรวจเช็ครายละเอียดให้ดีทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย
    3. แบบคำขอโอนและรับโอน เป็นหนังสือของทางกรมขนส่งทางบก ต้องใช้เมื่อต้องยื่นประกอบเอกสารการโอนรถยนต์ ต้องระบุวันที่ ชื่อรายละเอียดผู้โอน ผู้รับโอน เลขทะเบียน รายละเอียดเกี่ยวกับรถที่โอน ราคาซื้อขาย และต้องลงรายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน ที่ระบุไว้ครบทุกช่อง
    4. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ขาย จะต้องไม่หมดอายุ บัตรประชาชนต้องตรงกับทะเบียนบ้าน มีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง หรือกำหนดไว้ว่าใช้ในการโอนรถ, แจ้งย้าย, เปลี่ยนสี, เปลี่ยนเครื่อง, และหากมีการแจ้งย้าย, เปลี่ยนสี, หมายเลขเครื่อง, หรืออื่นๆ ต้องเพิ่มจำนวนสำเนาไว้อีกอย่างละชุด
    5. หนังสือมอบอำนาจ เป็นหนังสือที่มอบหมายการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับทะเบียนรถ ซึ่งเจ้าของรถไม่สามารถดำเนินการเองได้ ต้องมีรายละเอียดดังนี้ วันที่, ชื่อผู้มอบและรับมอบ, ระบุรายการที่ผู้มอบอำนาจทำการแทน และลงลายมือชื่อให้ถูกต้องทั้งชื่อผู้มอบ, ชื่อผู้รับมอบ, พยาน และปิดอาการแสตมป์
    6. หนังสืออื่นๆ เกี่ยวกับผู้ขาย เช่น หนังสือเปลี่ยนชื่อและนามสกุล หนังสือหย่า, ใบมอบมรดก หรืออื่นๆ ที่ต้องใช้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเอกสารสำคัญทางราชการ ในกรณีที่เป็นรถบริษัทไฟแนนซ์, ประกันภัย, หรือมอบมรดก ต้องเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือรับรองบริษัท, ใบเสร็จรับเงิน, ใบเสียภาษี, และอื่นๆ ที่ใช้ต้องตรวจดูรายชื่อ ให้ถูกต้องและครบถ้วน
    7. หนังสือยินยอม ในกรณีที่ขอใช้ในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดเดิมในทะเบียนรถ ต้องเตรียมหนังสือยินยอมให้ทางเจ้าของรถเดิมเซ็นยินยอมขอใช้รถในทะเบียนบ้านเดิมหรือหาเจ้าบ้านที่มีชื่อ ที่อยู่ในเขตที่ต้องการขอใช้ทะเบียนรถและเซ็นลายมือชื่อ พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนอีกชุดหนึ่ง
    8. ใบเสร็จต่างๆ เช่น ใบเสร็จซื้อเครื่องยนต์ในกรณีที่ยังไม่ได้เปลี่ยนหมายเลขเครื่อง ใบเสร็จค่าเปลี่ยนสีรถยนต์ที่ถูกต้องมีใบรับรองเสียภาษี หรือใบวิศวกรรองรับการดัดแปลงรถยนต์ใช้กับรถที่ยังไม่ได้แจ้งการดัดแปลง เช่น ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรค การเปลี่ยนหลังคา หรือการซ่อมจากอู่ที่ต้องมีการตัดต่อ หรืออะไหล่ตัวถังรถ
    (ติดตามอ่านได้จาก http://usedcar.thaispeedcar.com/document/sara3.htm)

    นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกของผู้อ่านกรณีที่จะดำเนินธุรกรรมด้านการซื้อ-ขายรถยนต์ ยังมีเว็บไซต์ที่กรมการขนส่งทางบก ได้รวบรวมเอกสารไว้สำหรับดาวน์โหลดเพื่อใช้ในการยื่นต่อกรมฯ ได้แก่ http://www.dlt.go.th/th/eform/index.php

    หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้พอจะเป็นประโยชน์ได้บ้างสำหรับผู้ที่จะซื้อ-ขายรถยนต์ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาหลังจากดำเนินการต่างๆ แล้ว
    ----------------------
    ที่มา: มติชน
    http://www.matichon.co.th/news_detai...id=05&catid=02

  2. #2
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Jun 2008
    User ID
    2994
    Status
    Offline
    โพส
    1,378

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอบคุณครับสำหรับความรู้....

  3. #3
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Feb 2009
    User ID
    5519
    Status
    Offline
    โพส
    693

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ...จะจำไว้..ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ...

  4. #4
    สมาชิกถาวร: TTC-00254 TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Jan 2008
    User ID
    61
    Status
    Offline
    โพส
    4,677

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอบคุณครับ น้าหยาม ขาวมุกล้อ20

  5. #5
    TTC-00130 TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Jan 2008
    User ID
    301
    Status
    Offline
    โพส
    217

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    มีประโยชน์ดีจริงๆครับ

  6. #6
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Jul 2009
    User ID
    7426
    Status
    Offline
    โพส
    137

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอบคุณครับ...สำหรับความรู้

  7. #7
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Jan 2008
    User ID
    957
    Status
    Offline
    โพส
    3,555

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอบคุณมากมายครับ มีประโยชน์มากมายเลยครับ

  8. #8
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Apr 2009
    User ID
    6351
    Status
    Offline
    โพส
    10,447

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ดีครับดี

  9. #9
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Mar 2008
    User ID
    2105
    Status
    Offline
    โพส
    372

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    เข้ามาเก็บความรู้

    ขอบคุณน้าหยามครับสำหรับความรู้ดีๆแบบนี้

  10. #10
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    May 2009
    User ID
    6711
    Status
    Offline
    โพส
    1,905

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอขอบคุณมากสำหรับน้ำใจนี้ที่หยิบยื่นมาให้กันครับ น้าหยาม..

  11. #11
    tongteakwood
    ผู้เยี่ยมชม

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    เป็นข้อมูลที่ ดีเยี่ยมครับ ขอบคุณ

  12. #12
    TTC-02122 TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    User ID
    14160
    Status
    Offline
    โพส
    4,187

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ดันอีกแรง สำหรับกระทู้ดีๆ

  13. #13
    saksit
    ผู้เยี่ยมชม

    มาตรฐาน Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    โอ....พึ่งจะเห็นครับ

    ผมมีข้อคิดดีๆนิดนึงมาฝากครับ
    ซื้อขายรถโอนลอยแบ่งออกสองมุมมองคือ มุมมองผู้ซื้อ และมุมมองผู้ขาย ทางที่ Admin เขียนมานั้นเป็นหลักสำคัญสำหรับผู้ซื้อ เท่านั้นครับและมีข้อเพิ่มเติมนิดหน่อยตรงที่ถามตอบ ข้อ 1 2 3 4 นะครับ มันจะติดเป็นซื้อผู้เช่าซื้อกับไฟแนนท์ที่จะโดนนะครับ ไม่ใช่ ผู้ซื้อมือที่2 เพราะอะไรนะหรือครับ เพราะเค้าไม่ได้เปลื่ยนชื่อไงครับ (และไม่ได้ต่อประกันเป็นชื่อเค้านี่ครับนอกเสียจากว่าเค้าไปก่อ อุบัติเหตุเองแล้ว ประกันจับเค้าเซ็นเอกสารเป็นผู้ทำผิด อันนี้ เค้าโดนเต็มๆ) ทั้งๆที่คนขับเป็นผู้ซื้อมือที่ 2 ทำให้เกิดอุบัติเหตุเอง(ได้รถไปแล้ว)

    สรุปอีกครั้งครับผู้ซื้อที่ทำสัญญากับไฟแนนท์จะต้องรับผิดชอบทั้งที่ขายรถให้ผู้ซื้อมือที่ 2 ไม่งงนะครับ


    และสรุปวิธีการที่ดีที่สุดในการซื้อรถต่อแบบโอนลอย ก็แค่ขอเอกสาร การโอน รอใว้ล่วงหน้าก็จบครับ ใบ มอบฉันทะ ให้เค้าเขียนรอใว้เลย จะได้ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะไม่โอนไงและตกลงกันใน ใบ ซื้อขายว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย ใดๆ ที่เกินขึ้นในวันเปลื่ยนสัญญา

    ส่วนมุมมองผู้ขายนี้โดนหนักกว่าครับ เช่นเค้าจ่ายไม่ตรงเวลา ก็มีผลแล้วครับ หรือคุณ ขายรถแบบโอนลอยคุณไม่ได้คิดทำ ธุรกรรมทางการเงินอีก เช่น จะซื้อบ้าน ทำสินเชื่อต่างๆ พวกนี้เซ็คประวัติทางการเงินแบบถี่หยิบ...

    ในขณะที่ ผู้ซื้อรถต่อ เขาคงไม่ทุกข์ร้อนอะไร เพราะเขาไม่มีพันธะผูกพันกับบริษัทเลย ผู้เช่าซื้อ และผู้ค้ำฯต่างหากที่ต้องรับผิดในหนี้สินก้อนนี้.....ทางออกอีกทางคือ นำเขาไปบริษัทและทำสัญญาใหม่ให้เขาเป็นผู้เช่าซื้อ และหาผู้ค้ำฯคนใหม่..หรือขอร้องให้เขาส่วงวดให้ทันเวลาโดยไม่ผิดนัด...แต่เขาน่าจะไม่สนใจใยดี เพราะเขาไม่มีผลกระทบใดๆกับการเช่าซื้อ.... ยึดรถคืนมาน่าจะดีที่สุด.....หรือแจ้งให้บริษัทยึดรถกลับคืน เมื่อเขานำไปขาย หัก กลบ ลบหนี้แล้ว หนี้ส่วนต่างที่คงเหลือน่าจะน้อยลง ยังดีกว่า ปล่อยให้วันเวลาล่วงเลยไป สภาพรถย่อมทรุดโทรมลง ถ้าถูกยึดนำไปขาย หนี้ส่วนต่างคงสูงอย่างน่าใจหายนะครับ


    และมีอีกมากมายครับ.....คงพอเท่านี้ก่อนหากท่านใดอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมหลังไมค์ครับผมยินดีแลกเปลื่ยนประสบกามเฮ๊ย..การณ์ครับ
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย saksit : 09-12-2010 เมื่อ 03:46

  14. #14
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Jun 2011
    User ID
    19317
    Status
    Offline
    โพส
    18

    มาตรฐาน ตอบ: Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ

  15. #15
    parn_กาฬสินธู์
    ผู้เยี่ยมชม

    มาตรฐาน ตอบ: Re: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    โหๆๆๆถ้าเจอร์เข้ากับตัวคงปวดหัวเลยนะครับ
    ต้องระวังดีๆละแบบนี้ ขอบคุณครับ

  16. #16
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Jul 2012
    User ID
    35154
    Status
    Offline
    โพส
    242

    มาตรฐาน ตอบ: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    สังคมเดียวนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลที่มาเผยแพร่กัน

  17. #17
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Sep 2012
    User ID
    38060
    Status
    Offline
    โพส
    190

    มาตรฐาน ตอบ: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    อ่านเพลินเลย ยังงัยก๊ขอบคุณนะคร๊าบบ

  18. #18
    สมาชิกถาวร TTC-Member
    สมัครเมื่อ
    Mar 2013
    User ID
    44332
    Status
    Offline
    โพส
    75

    มาตรฐาน ตอบ: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอบคุณครับ ความรู้ดีๆ

  19. #19
    สมาชิกทั่วไป
    สมัครเมื่อ
    Aug 2013
    User ID
    48294
    Status
    Offline
    โพส
    5

    มาตรฐาน ตอบ: "โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!!

    ขอบคุณครับ เนี่ยแหละทางที่ถูกต้อง

ข้อมูลกระทู้

Users Browsing this Thread

ในขณะนี้มี 1 ท่านดูกระทู้อยู่. (0 สมาชิกและ 1 ผู้เยี่ยมชม)

กระทู้ที่คล้ายกัน

  1. Rayong "ขับ" Triton Football Fanclub
    โพสโดย white_tri_ton ในฟอรั่ม จังหวัดระยอง
    ตอบกลับ: 630
    โพสล่าสุด: 05-01-2012, 12:23
  2. ตอบกลับ: 2
    โพสล่าสุด: 29-11-2010, 16:17
  3. ตอบกลับ: 25
    โพสล่าสุด: 15-01-2010, 11:59
  4. NEW VIRUS name "life is beautiful"‏
    โพสโดย admin ในฟอรั่ม ห้องพักผ่อน
    ตอบกลับ: 3
    โพสล่าสุด: 23-06-2009, 22:16

Bookmarks

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] code is เปิด
  • HTML สถานะ ปิด